ขันตั้ง เครื่องบูชาครูแห่งภูมิปัญญาล้านนา
ก่อนจะเริ่มเรียนวิชา ประกอบพิธี หรือทำกิจอันเป็นมงคล คนล้านนาแต่เดิมมักไม่รีบร้อนลงมือในทันที แต่จะเริ่มต้นด้วยการ “ตั้งใจ” และ “ระลึกถึง...
31 ม.ค. 2561 · อ่านแล้ว 7,743 ครั้ง
มีความเชื่อกันมายาวนานว่า การบูชา "พระราหู" เทวดานพเคราะห์องค์หนึ่งในคติไทย สามารถบันดาลประโยชน์และโทษให้เกิดขึ้นกับบุคคล หรือสิ่งต่าง ๆ ได้
"ไหว้พระราหู" เพื่อปัดเป่าเรื่องร้าย ๆ ให้กลับร้ายกลายดี เกิดความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีโชคมีลาภ เจริญก้าวหน้ารุ่งเรือง ร่ำรวย ๆ
วัดศีรษะทอง ที่ตั้งอยู่ ตำบลศีรษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
ประวัติวัดศีรษะทอง
วัดศีรษะทอง จังหวัดนครปฐมเป็นวัดที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เพราะในแต่ละวันจะมีประชาชนนิยมมาสักการบูชาพระราหูเพื่อความเป็นสิริมงคลที่วัดนี้เป็นจำนวนมาก ตามประวัติกล่าวว่าวัดศีรษะทอง สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชรัชกาลที่ 1 นั้นได้ อัญเชิญพระแก้วมรกตจากเวียงจันทน์มาประดิษฐานที่กรุงเทพมหานครและได้อพยพชาวเวียงจันทน์มาตั้งหลักแหล่งอยู่หลายที่ด้วยกัน เช่น ในบริเวณเลยแม่น้ำท่าจีนออกไปบริเวณตำบลห้วยตะโกปัจจุบัน และได้ตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้นเรียกว่าหมู่บ้านหัวทอง เนื่องจากขุดพบเศียรพระเป็นทอง ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดี เมื่ออยู่เป็นชุมชนใหญ่จึงได้คิดสร้างวัดขึ้น
เวลาต่อมา ทางการได้ทำการขุดคลองจากแม่น้ำท่าจีน (แม่น้ำนครชัยศรี) ที่ตลาดต้นสน เพื่อเป็นทางเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ประชาชนจึงได้ย้ายมาอยู่ริมคลองเจดีย์บูชาและได้ยกฐานะขึ้นเป็นตำบลศีรษะทอง ในการนี้ได้ย้ายวัดมาด้วยเพื่อสะดวกต่อการสัญจร และเปลี่ยนชื่อเป็นวัดศีรษะทอง จนถึงปัจจุบัน วัดศีรษะทอง นับว่าเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีทั้งโบราณวัตถุ โบราณสถาน เป็นวัดที่ ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ และสมุนไพรมาตั้งแต่อดีต
เจ้าอาวาสรูปแรก คือ หลวงพ่อไต ซึ่งเป็นชาวลาวเวียงจันทน์ที่อพยพมาตั้งต้นจากวัดเล็กจนกลายเป็นวัดใหญ่ที่มีเจ้าอาวาส สืบต่อกันหลายรูป จนถึงหลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ ซึ่งเป็นพระที่เป็นที่รู้จักเพราะเป็นต้นตำรับของการสร้างพระราหูอมจันทร์จากกะลาตาเดียว เครื่องรางที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง และได้สร้างชื่อเสียงให้วัดศีรษะทองเป็นที่รู้จักมาจนถึงทุกวันนี้ และต่อมาหลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ ก็เปลี่ยนชื่อวัดหัวทองมาเป็นวัดศีรษะทอง และต่อมาก็ยกฐานะขึ้นเป็นตำบลตามชื่อวัด เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน คือ พระครูวินัยธรมานิตย์ ติสาโร
ต่อมามีการสร้างโรงเรียนประชาบาล คือ โรงเรียนวัดศรีษะทอง (น้อยชม ประชานุกูล) เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2477 ในระดับชั้น ป.1 – ป.4 ต่อมาได้เปิดเป็นโรงเรียนขยายโอกาส สอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3)
ปัจจุบัน วัดศีรษะทองได้จัดสร้างพระราหูขนาดใหญ่ไว้ให้ประชาชนได้มาสักการบูชาตามความเชื่อ และความศรัทธาส่วนบุคคลแต่ผู้บูชาพระราหูจะต้องมีศีล มีธรรม ทำคุณความดี และหมั่นทำบุญกุศลอยู่เสมอ ความร่ำรวยและโชคลาภนั้นจึงจะเกิดขึ้นได้
การเดินทางมาวัดศีรษะทอง