หลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว
หลวงปู่กาหลง เตชวัณโณ หรือที่ลูกศิษย์เรียกกันว่า “หลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว” เดิมท่านเป็นชาวคลอง 7 จ.ปทุมธานี เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2461 มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ท่านเป็นบุตรคนโต
หลวงปู่กาหลง เตชวัณโณ หรือที่ลูกศิษย์เรียกกันว่า “หลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว” เดิมท่านเป็นชาวคลอง 7 จ.ปทุมธานี เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2461 มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ท่านเป็นบุตรคนโต
ตอนท่านจะถือกำเนิดมีเรื่องอัศจรรย์เกิดขึ้น มีชายคนหนึ่งชื่อ “ลุงบาง” อาชีพหาปลา คืนหนึ่งขณะออกหาปลาได้เห็นดวงไฟประหลาดลอยมายังหน้าบ้านของหลวงปู่ จึงตามดวงไฟนั้นไปเพื่อจะดูให้รู้ว่าเป็นดวงไฟอะไร แล้วได้เห็นพระฤๅษีตนหนึ่งจูงเด็กน้อยเข้าไปในบ้าน ลุงบางจึงยกมือขึ้นไหว้ด้วยความศรัทธา แล้วตั้งจิตอธิษฐานว่า หากสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องจริง เด็กที่เกิดในบ้านหลังนั้นต้องเป็นเด็กชาย และหากเป็นจริงก็จะเลิกอาชีพหาปลาหันมาเข้าวัดฟังธรรม ไม่นานโยมแม่ของหลวงปู่ก็คลอดลูกออกมาเป็นเด็กชาย และให้ชื่อว่า “กาหลง” ส่วนลุงบางเมื่อพบว่าสิ่งที่ตนเห็นเป็นจริง ก็เลิกหาปลาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และปิดเรื่องที่เห็นในคืนนั้นไว้ ไม่ได้บอกใคร
หลวงปู่กาหลงอุปสมบทเมื่ออายุได้ 20 ปี ที่วัดนาบุญ คลองเจ็ด จ.ปทุมธานี ในวันที่ท่านอุปสมบท ลุงบางได้เล่าเหตุการณ์ที่ได้เห็นเมื่อ 20 ปีก่อนให้พระอุปัชฌาย์ฟัง และขอถวายตัวเป็นโยมอุปัฏฐากตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
“เขี้ยวแก้ว” นับเป็นของกายสิทธิ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเฉพาะผู้มีบุญวาสนาบารมีสูงเท่านั้น และยังงอกสูงขึ้นหรือหดเข้าไปได้ด้วยแรงอธิษฐานของท่าน เขี้ยวแก้วนี้มีมาแต่เกิด เมื่อครั้งยังเด็กที่ปลายเขี้ยวมีลักษณะคล้ายรูปองค์พระนั่งสมาธิ แต่ท่านเห็นว่าเป็นถึงรูปองค์พระ ไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในปากซึ่งต้องใช้ฟันบดเคี้ยวอาหาร จึงตั้งจิตอธิษฐานให้หลุดหายไป คงเหลือแต่เขี้ยวแก้ว เสมือนหนุมานทหารเอกพระราม ที่พระอิศวรได้ประทานกุณฑล ขนเพชร เขี้ยวแก้ว ให้เป็นของวิเศษกายสิทธิ์เพื่อต่อสู้กับศัตรู
ท่านเป็นพระเถราจารย์ผู้มีวัตรปฏิบัติเคร่งครัด 1 ปีสรงน้ำ 1 ครั้ง ท่านเล่าว่าเคยสิ้นลมหายใจมรณภาพมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยท้าววิษณุกรรมมารับ แต่โบสถ์วัดเขาแหลมหลังที่ 9 ยังสร้างไม่เสร็จ จึงต่ออายุขัยให้ ท่านเคยกล่าวไว้ว่า “ของ ๆ ฉัน ฉันตั้งใจทำมากับมือ ต่อไปจะมีค่ายิ่งกว่าทองคำ จะหายากยิ่งกว่าเพชร” และ “ฉันทำเครื่องรางของขลังมาตั้งแต่ปี 2485 แต่ไม่เคยประกาศให้ใครรู้ มีแต่บอกต่อกัน ถ้าไม่แน่จริงฉันคงสร้างโบสถ์ได้ไม่ถึง 8 หลังหรอก ขณะนี้กำลังสร้างหลังที่ 9” “วัตถุมงคลทุกอย่างที่ฉันสร้างจะไม่มีวันเสื่อม”
หลวงปู่กาหลงได้มีโอกาสศึกษาวิชาอาคมและปฏิบัติพระกัมมัฏฐานกับครูบาอาจารย์หลายท่าน เช่น หลวงพ่อเนียม วัดนาบุญ ปทุมธานี, หลวงปู่ช้าง วัดเขียนเขต ปทุมธานี, หลวงปู่ด๊วด วัดกลางคลองสี่ ปทุมธานี, หลวงปู่ทา วัดพะเนียงแตก นครปฐม, หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง นครปฐม, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา, หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง เพชรบุรี, หลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู ลพบุรี, เจ้าคุณพระอินทสมาจารย์ (เงิน) วัดอินทรวิหาร กรุงเทพฯ, เจ้าคุณพระราชมงคลมุนี (สนธิ์) วัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ และศึกษาสายวิชาหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
ท่านเป็นเกจิอาจารย์รุ่นเก่าที่เก่งกาจมานาน เคยเข้าร่วมพิธีปลุกเสกครั้งยิ่งใหญ่ พิธี 25 พุทธศตวรรษ ปี พ.ศ. 2500 ณ ท้องสนามหลวงและพระวิหารหลวง วัดสุทัศน์ และเคยไปปลุกเสกตามวัดต่าง ๆ อีกหลายวัด มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไปปลุกเสกร่วมกับหลวงปู่โต๊ะ หลังเสร็จพิธี หลวงปู่โต๊ะถึงกับชี้มาที่หลวงปู่กาหลง แล้วกล่าวกับหลวงพ่อแช่ม วัดนวลนรดิศ และศิษย์ที่นั่งฟังอยู่ว่า “พระรูปนี้ชื่ออะไร อยู่วัดไหน ทำไมพลังอำนาจจิตถึงได้รุนแรงพิสดารแบบนี้ ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน”
หลวงปู่กาหลงอาพาธตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา และได้เข้ารักษาอาการอาพาธ ซึ่งตรวจพบมะเร็งที่ลำคอ ต่อมาอาการของท่านทรุดหนักลง จนกระทั่งท่านได้ถึงแก่มรณภาพลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552 ณ โรงพยาบาลเปาโล รวมสิริอายุ 91 ปี บวชเรียนมา 71 พรรษา หลังจากนั้นได้ตั้งสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 7 คืน และสวดศพ 100 วัน จากนั้นได้นำสรีระของท่านบรรจุใส่โลงแก้ว ให้สาธุชนได้กราบไหว้ต่อไป
หลวงปู่กาหลงเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ มีอาคมแก่กล้า มีอำนาจวาสนาบารมี เป็นเนื้อนาบุญแห่งพระพุทธศาสนา ผู้ที่มีวัตถุมงคลของท่านไว้ครอบครอง ควรพิจารณาระลึกถึงคุณงามความดี เดินตามรอยเส้นทางที่ถูกต้อง มีคุณธรรม ยึดมั่นในศีลในธรรมตามแบบอย่างของท่านสืบไป